Showing posts with label เรื่องทั่วไป. Show all posts
Showing posts with label เรื่องทั่วไป. Show all posts

Sunday, March 02, 2014

ทำรูปถ่ายให้ดูเหมือนถ่ายจากของจำลองขนาดเล็ก

 เห็นรูปถ่ายจริงที่เหมือนถ่ายจาก Model หรือของจำลอง คือดูของในรูปมันเล็กๆ รูปพวกนี้จะมีบางส่วนเบลอๆหน่อย ตัววัตถุดูสีสดๆ คมๆหน่อย ดูแล้วก็สวยดี อยากทำแบบนั้นบ้าง
ส่วนตัวเองก็ไม่มีความรู้เรื่องการถ่ายรูปอะไรมากไปกว่าการโฟกัสภาพให้ชัด จึงต้องหาข้อมูลจาก Google ในการทำ Miniature Faking (diorama effect หรือ diorama illusion) ซึ่งเท่าที่อ่านดูมันก็มีเทคนิคประมาณทำบางส่วนของรูปให้เบลอเพื่อจำลองการถ่ายวัตถุเล็กๆใกล้ๆวัตถุ สามารถใช้เลนส์ Tilt-Shift ในการถ่ายรูปแบบนี้ แต่จะไปหาซื้อเลนส์แบบนี้มาใช้คงไม่ใช่เรื่องที่คุ้มค่านัก 
ลองหาข้อมูลไปเรื่อยๆก็เจอเว็บไซต์สอนใช้ Photoshop ในการทำ Tilt-Shift Effect แต่ชิวิตปัจจุบันนี้ต้องการอะไรที่มันด่วนๆหน่อย ขี้เกียจไปนั่งทำ Photoshop แล้ว หาข้อมูลต่อไปเรื่อยๆก็โชคดีที่ไปเจอเว็บไซต์แห่งหนึ่งคือ http://tiltshiftmaker.com เพียงเรา Upload รูปที่ต้องการจะทำให้เป็น Miniature แล้วก็ปรับค่าต่างๆดู ก็ได้ผลงานออกมาโอเคเลย ลองใช้กันได้ ฟรี สำหรับรูป Resolution ขนาดทั่วไป ถ้าต้องการรูป Hi-Resolution อาจต้องเสียเงิน
เท่าที่ทดลองดู รูปที่ถ่ายจากมุมสูงจะทำออกมาได้ผลดี





Chocolate Ville
Mini Countryman - Miniaturized
Mini Countryman
ดูรูปรถแล้วไม่ค่อยเหมือนของจำลองเท่าไหร่ ต้องไปหาถ่ายมุมสูงมาทำใหม่ แต่ก็ดูแปลกดี

Tuesday, February 02, 2010

ทดลองใช้ผ้า Cape Cod ราคา 280 บาท

ลองใช้ผ้า Cape Cod ขัดนาฬิกาเรือนทอง 18K เก่าๆดู ผลได้ที่ประใจมาก นาฬิกาเงางามเหมือนใหม่ดูดีมีราคาขึ้นเยอะเลย
ก่อนขัด พอดีถ่ายรูปไว้คร่าวๆไม่ได้กะเอาเป็นเรือนทดลอง เลยไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ แต่รอยขนแมวเยอะมากๆ


หลังขัดเงาวับ ถ่ายด้วยกล้อง BB เลยไม่ค่อยชัดอีกแล้ว เอาเป็นว่าคราวหน้าจะทำให้ชัดทั้งก่อนและหลัง :)


อีกครั้ง ถ้าหาซื้อผ้า Cape Cod ไม่ได้ก็ตรงไปที่ ร้านขายผ้า Cape Cod ได้เลยครับ

Friday, January 22, 2010

โหลดหนังสือฟรี

พอดีไปเจอลิงค์ที่รวมแหล่ง Download หนังสือฟรีๆ ความจริงมันก็ไม่ค่อยถูกต้องเท่าไหร่เพราะเป็นหนังสือลิขสิทธิ์ซะส่วนใหญ่ แต่ก็ถือว่าโหลดมาดูก่อนจะซื้อหนังสือมาอ่านก็แล้วกันครับ เพราะยังไงๆอ่านจาก Computer มันก็ไม่มันส์เท่าอ่านจากหนังสือจริงๆหรอก ..รึจะเถียง..;) อีกอย่างถ้าจะหามันก็หาได้ง่ายๆจาก google อยู่แล้ว ไม่ต้องรอให้ punkky มาบอกหร๊อก..

โอเช..ไปที่นี่เลย http://bit.ly/796EaX

Sunday, October 25, 2009

Note เกี่ยวกับสกรูขนาดเล็ก และการทำเกลียว

มีโปรเจ็คในหัวอยู่อย่างหนึ่งขออุบไว้ก่อน ทีนี้มันต้องการสกรูขนาดเล็กในการยึดส่วนประกอบเข้าด้วยกัน จากการเสียเวลาหาข้อมูลเลยคิดว่าเอามาเขียนไว้ที่นี่ดีกว่า
1. เกลียวที่มีการบอกค่าเป็น M แล้วตามด้วยตัวเลข เช่น M1 M1.6 หมายถึงเกลียวมีเส้นผ่านศูนย์กลาง เป็น 1mm และ 1.6mm ตามลำดับ
2. คิดว่าจะใช้สกรู M1.6 ขนาดยาว 4mm หาซื้อได้จาก eBay และ Amazon
3. ซึ่งเกลียวด้านในของส่วนที่จะใช้สกรูไขเข้าไปจะทำเองโดยใช้ต๊าป หรือ Taps สำหรับช่างนาฬิกา หาได้จาก eBay เช่นกัน keywords: Watchmaker Taps หรืออีกที่คือ 5-PIECE METRIC TAP SET ซึ่งต้องซื้อตัวจับด้วย TAP-WRENCH

Friday, June 12, 2009

เพิ่งรู้จัก LogisPost และเพิ่งรู้ว่าไม่ได้ส่งถึงบ้าน

วันนี้ได้รับโทรศัพท์จากไปรษณีย์บอกให้ไปรับของ ก็ถามเค้าว่าทำไมไม่มาส่งที่บ้าน เค้าก็บอกว่าต้องไปรับเองเพราะส่งแบบ LogisPost เราก็ได้แต่ครับๆ แล้วก็วางโทรศัพท์ไปแบบงงๆ
บ้านของ Punkky อยู่สุขาภิบาล 3 แต่มันเข้าเขตลาดกระบังแล้ว ดังนั้นจึงเป็นพื้นที่รับผิดชอบของที่ทำการไปรษณีย์ลาดกระบัง แต่จากบ้านไปไปรษณีย์ลาดกระบังนี้ขับรถประมาณ 30 นาที ค่าน้ำมันไปกลับก็เป็นร้อยอยู่นะเนี่ย แถมถ้าไม่หยุดงานก็ไปรับไม่ได้ โชคดีวันนี้ไม่ได้ไปไหนเลยไปรับได้ เซ็งจริงๆ เพิ่งรู้ว่าส่งแบบ LogisPost ต้องไปรับเอง คราวหน้าต้องย้ำกับคนส่งว่าไม่เอา LogisPost เพราะมันลำบากโผมมมมม....
เจ้าหน้าที่ไปร์ษณีย์แนะนำว่าคราวหน้าให้แจ้งคนส่งว่าส่งแบบ LogisPass หรืออะไรชื่อประมาณนี้แหละถามเค้าหลายครั้งก็ฟังได้ประมาณนี้ ซึ่งส่งแบบนี้จะถึงบ้านเลย
เอวัง...ด้วยประการฉะนี้

Wednesday, June 10, 2009

ข่าวจากสื่อเมืองไทย เรื่องเด็กอัจฉริยะวัย 11 ปี

เมื่อวานนี้ตอนขับรถมาทำงาน ฟังวิทยุหลายรายการพูดถึง เด็กชายโมเช่ ลูกครึ่งเอเชีย อายุ 11 ปี เรียนจบ'ปริญญาเอก' ด้าน Astrophysics ซึ่งเป็นศาสตร์ด้านหนึ่งของดาราศาสตร์ แล้วก็เรียก ด๊อกเตอร์โมเช่ กันทั้งรายการ ผมฟังแล้วก็คิดว่าเด็กคนนี้เจ๋งจริงๆอัจฉริยะของแท้ อยากรู้ความเห็นของกรรมการสอบวิทยานิพนธ์เค้าจังเลยว่าเป็นยังไง ในรายการยังพูดว่า โมเช่เข้าเรียนระดับมหาวิทยาลัยตอนอายุ 8 ขวบ ว้าว..เรียน 3 ปี ควบตรี-โท-เอก เลยเหรอ สุดยอดจริงๆ
พอมาถึงที่ทำงานอยากเห็นหน้าโมเช่เลยลอง Google ดู ก็เจอเว็บที่พูดถึงหลายเว็บเลย เช่นที่ Slashdot อ่านดูแล้วก็ไม่เหมือนกับข่าวที่วิทยุบอกเลย... ที่เป็นข่าวเพราะว่าโมเช่เรียนจบจากวิทยาลัยด้วยอายุเพียง 11และได้เกรด 4.0 ซึ่งเก่งมากและเป็นอัจฉริยะแน่นอน แต่ไม่ใช่เพราะเค้าจบ ป.เอก อายุ 11 มันคนละเรื่องกันเลย แถมคนที่ Slashdot ยังเถียงกันอีกว่าเรียนด้าน Astrophysics จริงๆเหรอ เพราะที่มหาวิทยาลัยนั้นไม่มีสาขานี้ อันนี้ก็ว่ากันไป
แต่..เรื่องทั้งหมดทำให้ผมรู้ว่าสื่อไทยนี่เชื่อถือแทบไม่ได้เลย ไม่รู้ว่าตั้งใจแต่งเติมข่าวหรือแปลผิด(ซึ่งอ่านดูแล้วมันก็ไม่น่าจะแปลไปเป็นว่าจบป.เอกได้) รู้แต่ว่ามั่วสุดๆ

ลิงค์ข่าวภาษาไทย หนูน้อยอัจฉริยะวัย 11 ขวบ จบปริญญาเอก เกรด 4 อีกด้วย

Tuesday, April 28, 2009

สอนลูก

เวลาออกไปนอกบ้านแล้วเห็นเด็กที่มากับพ่อแม่บางคนดูน่ารักดี แต่พอเด็กคนนั้นเริ่มทำตัวไม่น่ารักเช่น ขว้างปาสิ่งของ ทำเสียงรบกวน(ไม่ใช่เสียงร้องไห้)พูดจาไม่มีหางเสียง และอีกหลายๆอย่าง ทำให้รู้สึกว่าเราต้องสอนลูกเราให้ดีๆ ไม่ให้น่ารักแต่หน้าตา แต่กิริยาไม่น่ารัก
สิ่งหนึ่งที่เห็นตรงกันกับคุณแม่ของลูกก็คือ "สิ่งใดที่ลูกไม่ควรทำเมื่อโตขึ้น ก็ไม่ควรทำเมื่อตอนที่ยังเป็นเด็ก" ไม่ใช่คิดว่าตอนนี้ยังเป็นเด็กอยู่ไม่เป็นไรพอโตขึ้นแล้วค่อยห้ามค่อยสอน ผมคิดว่าพอโตขึ้นแล้วมันจะห้ามไม่ได้ ลูกเค้าจะมีคำถามว่า "ทำไมเมื่อก่อนทำได้" นอกจากนั้นแล้วมีอีกสิ่งหนึ่งคือ "สิ่งใดไม่ควรทำเมื่อออกไปนอกบ้าน ก็ไม่ควรจะทำเมื่ออยู่ที่บ้าน" ไม่ใช่อยู่บ้านขว้างของเล่น พอออกนอกบ้านแล้วจะห้ามเค้าได้ เค้าไม่เข้าใจหรอกครับ เมื่อไม่ให้เค้าทำแต่แรก เค้าก็จะไม่ทำ และก็ไม่ต้องมีการห้ามปรามให้เป็นการทำร้ายจิตใจลูกและพ่อแม่

Sunday, March 01, 2009

ปริญญาโทการจัดการ

สมัยนี้อะไรก็ต้องใช้ IT ในการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพไม่ว่าจะการค้าการขาย, การออกแบบ, การโฆษณา, การเรียน แม้กระทั่งการเลี้ยงลูก ในช่วงเศรษฐกิจถดถอยอย่างปัจจุบันนี้ทุกอย่างแทบจะหยุดนิ่ง ผู้คนไม่อยากออกจากบ้านเท่าไหร่เพราะไม่ต้องการใช้เงินมาก การใช้ IT ยิ่งเพิ่มขึ้นมากมาย ผู้คนและธุรกิจที่อยู่ในวงการนี้ยังคงสามารถไปได้ ถ้าใครว่างๆตอนนี้ผมว่าลงทุนอีกนิดไปเรียนเพิ่มเติม นอกจากเสริมความรู้แล้วยังได้ปริญญามาประดับ Profile อีกด้วย แล้วเรียนที่ไหนดีล่ะ ตอนนี้ที่ยังเปิดอยู่ก็มีที่ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เปิดถึงสิ้นเดือนมีนาคมนี้ ตามลิงค์ข้างล่างเข้าไปได้

ปริญญาโทการจัดการ | ปริญญาโทการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ | ปริญญาโทสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ

Tuesday, January 13, 2009

คำว่า "ทักษิณ" ไม่มีในพจนานุกรมราชบัณฑิต

อ่านเจอมาจาก pantip.com กระทู้นี้ http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A7412313/A7412313.html ก็เลยลองเข้าไปใน พจนานุกรมออนไลน์ของราชบัณฑิตที่ http://rirs3.royin.go.th/dictionary.asp แล้วลองพิมพ์คำว่า "ทักษิณ" แล้วลองค้นดู ได้ผลตามรูปข้างล่างนี่แหละ
Taksin is not in the dictionary
ไม่มีคำนี้จริงๆ แต่มีให้เลือกในคำที่คล้ายกัน อืมม์... มันแปลกดีเนอะ :)
ถ้าลองพิมพ์ว่า ทักขิณ จะแปลว่า ทักษิณ อืมม์ ยิ่งเง็งใหญ่ ตกลงคำว่า ทักขิณ นี่มีจริงหรือเปล่าเนี่ย ที่บ้านไม่มีพจนานุกรมด้วยเลยเช็คไม่ได้ สรุปต่อไป หนังสือพิมพ์ควรเขียนว่า ทักขิณ แทน ทักษิณ (ฮา) ...

Sunday, December 21, 2008

หรอย.คอม

หรอย.คอม หรือ http://hroyy.com เป็น Social Network น้องใหม่ล่าสุดของวงการ punkky ก็ไปเปิด blog ไว้ที่ http://punkky.hroyy.com ซึ่งจะเป็นเรื่อง Electronics ล้วนๆ และอีก blog คือ http://nihon.hroyy.com ซึ่งจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับญี่ปุ่น ยังไงก็ลองไปใช้งานกันดูครับ

Wednesday, July 18, 2007

มุกตลก || มุขตลก

อ่านข่าวจากเว็บหลายๆแห่ง ที่ให้ผู้อ่านแสดงความคิดเห็นได้ รวมทั้งที่ pantip เคยเห็นหลายครั้งที่มีคนมาบอกว่า เนื้อข่าวเขียนคำว่า มุก-ตะ-หลก ผิด โดยเขียนเป็นว่า มุกตลก จริงๆแล้วต้องเขียนว่า มุขตลก แต่ก็มีคนมาแย้งว่า จากพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ปี 2542 หน้า 867 ฝั่งซ้าย
มุกตลก [-ตะหลก] วิธีทำให้ขบขัน

อ้าว..ตกลงเขียนแบบไหนถึงถูกล่ะเนี่ย? ลองค้นข้อมูลด้วย google เจอว่ามีคนถกถึงคำนี้บ่อยๆเลย ผลการค้นที่น่าสนใจก็มีที่ เนชั่น สุดสัปดาห์ ปีที่ 13 ฉบับที่ 628 วันที่ 14 - 20 มิ.ย. 2547 โดยในคอลัมภ์ สิงห์สนามหลวงสนทนา โดยคุณสิงห์สนามหลวง เป็นการนำจดหมายจากผู้อ่านมาพูดคุยกัน ขอยกเนื้อความมาเลยดีกว่า เพราะเดี๋ยวมันจะหายไปจาก Internet เสียก่อน
ปรายตามอง พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน
ชลัมพุ : จตุจักร กรุงเทพฯ

ถ - สวัสดีค่ะสิงห์ฯที่นับถือ

ไม่พูดพร่ำทำเพลงนะคะ ขอเข้าเรื่องที่ค้างคาใจเลยดีกว่าค่ะ

ด้วยงานที่ทำอยู่ทุกวันนี้มีเหตุให้ต้องพึ่งพาพจนานุกรมอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้เลย เรียกได้ว่าเป็นคู่มือและเครื่องมือทำมาหากินเลยล่ะค่ะ โดยใช้ควบคู่กับ 'อ่านอย่างไร' ฉบับราชบัณฑิตยสถาน แก้ไขปรับปรุงตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 ซึ่งเล่มเล็กเล่มนี้อำนวยความสะดวกให้เป็นอย่างดีสำหรับคำที่มักใช้กันด้วยความเข้าใจผิดอยู่บ่อยๆ

แล้วอยู่มาวันหนึ่งด้วยความว่างงาน..เปิดพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 ดูเล่นๆ แก้เซ็ง..ก็ยิ่งงงและเซ็งหนักเข้าไปใหญ่ เมื่อบังเอิญไล่สายตาไปพบคำว่า ไม่ยี่หระ หน้า 884 บรรทัดที่ 12 มีความหมายในบรรทัดที่ 13 ว่า ไม่ไยดี ซึ่งตรง 'ใยดี' ใช้ 'ใ' แต่พอพลิกหาดูคำว่า ใยดี กลับพบแต่คำว่า ไยดี พร้อมความหมาย

หน้า 964 รูปพรรณสัณฐาน น.รูปร่างลักษณะ เช่น เขามีรูปพรรณสันฐานอย่างไร สูงหรือต่ำ ดำหรือขาว

หน้า 1345 อะดรีนาลิน คือทับศัพท์ที่บัญญัติไว้ แต่เมื่อพลิกไปที่หน้า 1404 คำว่า ฮอร์โมน มีการยกตัวอย่างคือ..เช่น อินซูลินบางชนิดเป็นสารเคมีธรรมดา เช่น อะดรีนาลีน

ส่วนคำสุดท้ายที่สร้างความสับสนให้อย่างมากและคิดว่าน่าจะมีปัญหามากคือคำว่า มุกตลก ซึ่งสื่อสิ่งพิมพ์ที่ยึดพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 เป็นหลักต้องเขียนคำนี้เป็นแบบนี้ตามที่บัญญัติไว้แน่นอน

หน้า 867 มุกตลก น.วิธีทำให้ขบขัน

แต่ใน 'อ่านอย่างไรและเขียนอย่างไร' ฉบับราชบัณฑิตยสถาน แก้ไขปรับปรุงตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 หน้า 111 ในส่วนของคำที่มักเขียนผิด ซึ่งผู้อ่านต้องเขียนใหม่ให้ถูกต้องตามหนังสือเล่มนี้ เขียนไว้ว่า

คำที่ถูกต้อง = มุขตลก

มักเขียนผิดเป็น มุกตลก

ซึ่งขัดแย้งอย่างแรงกับคำโปรยปกที่ว่า 'แก้ไขปรับปรุงตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542'

แสดงว่าพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 พิมพ์ผิด?? อย่างนั้นหรือเปล่าคะ

ซึ่งตามความเห็นส่วนตัวน่าจะสะกดด้วย ข (มุข) ซึ่งมีความหมายว่า หน้า, ปาก เพราะคำพูดออกมาจากปาก ไม่ใช่มาจากหอย (มุก)

อีกคำที่บังเอิญเห็นคือในเล่ม อ่านอย่างไรและเขียนอย่างไร

หน้า 104 คำที่ถูกต้อง = เปรมปรีด์ มักเขียนผิดเป็น เปรมปรี ทั้งๆ ที่หน้า 709 ของพจนานุกรมเล่มใหญ่เขียนว่า เปรมปรีดิ์


ในฐานะคนที่ทำงานเกี่ยวข้องกับหนังสือ ยอมรับค่ะว่าความผิดพลาดในการพิสูจน์อักษรเกิดขึ้นได้เสมอ และสามารถเกิดได้กับหนังสือทุกเล่มทุกประเภทอย่างไม่มีข้อยกเว้น

แต่น่าจะยกเว้นอยู่ประเภทหนึ่งคือพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ที่ถือเป็นหัวใจสำคัญในการให้การศึกษา ให้ความรู้กับประชาชนคนไทยทุกสาขาอาชีพ โดยเฉพาะนักเรียน นักศึกษา ที่รณรงค์กันนักหนาให้ใช้ภาษาไทยให้ถูกต้องสมกับที่เกิดมาเป็นคนไทย

ทั้งหมดที่เขียนมานี้ขอรับรองว่าเป็นแค่ความบังเอิญในการค้นพบ ไม่ใช่เป็นการตั้งหน้าตั้งตาอ่านเพื่อจับผิดแต่อย่างใด

คุณตาที่บ้านอายุ 91 ปี ซื้อ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 ราคา 600 บาท แจกหลานและเก็บไว้รวมทั้งหมด 4 เล่ม ส่วนตัวเองซื้อ 2เล่ม ไว้ที่บ้านกับที่ทำงาน หนังสือเล่มนี้ถ้าขายได้หมดตามยอดพิมพ์ คือ 200,000เล่ม..!!!???

เคยเชื่อมั่นว่า ราชบัณฑิต เป็นที่พึ่งได้..แต่บัดนี้เริ่มไม่ค่อยเชื่อมั่นแล้วค่ะ

ตรงที่เน้นด้วยสีเหลืองนั้นน่างงจริงๆด้วย
ลองค้นจาก Online Dic หลายๆอันดู
Saikam ค้นไม่พบทั้งสองคำ
Longdo ค้นพบทั้งสองคำ
Lexitron ค้นพบแต่ มุขตลก
เครือข่ายพจนานุกรม ราชบัณฑิตยสถาน ค้นไม่พบทั้งสองคำเลย

อืมม์... ท่าทางตามที่อ่านๆคิดๆดูแล้ว มุขตลก น่าจะเป็นคำที่ถูกต้องนะ อ่านที่ไหนสักแห่งนึงจำไม่ได้แล้ว เค้าบอกว่าตอนนี้ทางราชบัณฑิตยสถาน กำลังชำระคำต่างๆอยู่แต่ยังไม่ถึงตัว ม คงต้องรอกันต่อไป

Update: 18 July 2007 สรุปว่าใช้ "มุกตลก" ครับ http://punkky.blogspot.com/2005/03/blog-post_09.html

Thursday, December 28, 2006

ซื้อบ้าน/รถ เงินสดหรือเงินผ่อนดี

มีคนมาถามที่ Siamnaliga ว่าจะจัดการยังไงกับเงินตัวเองซึ่งมีอยู่ 8 ล้านบาท และก็อยากได้บ้านและรถ โดยไม่รู้ว่าจะซื้อเงินสดหรือเงินผ่อนดี
สำหรับตัวเองมีหลักการคิดว่าควรซื้อของเงินสดหรือผ่อนอยู่ว่า
ให้คิดว่าเงินที่จะใช้ซื้อสดนั้น สามารถนำไปทำอะไรให้ได้ดอกผลมากกว่าดอกเบี้ยเงินผ่อนหรือเปล่า

-ถ้าเงินนั้นทำผลกำไรได้มากกว่าดอกเบี้ยเงินผ่อน ก็ควรซื้อเงินผ่อน แล้วเอาเงินนั้นไปลงทุน

-ถ้าเงินนั้นทำผลกำไรได้น้อยกว่าดอกเบี้ยเงินผ่อน ก็ควรซื้อเงินสดจะได้ไม่ต้องเสียดอกเบี้ยเงินผ่อน

เช่น ดอกเบี้ยผ่อนบ้านที่เมืองไทย ประมาณ 7.5%/ปี ดังนั้นถ้าคุณไม่สามารถนำเงิน 4 ล้านที่จะซื้อบ้าน ไปทำกำไรได้มากกว่า 7.5%/ปี คุณก็ควรจะซื้อเงินสด (จะได้ไม่ต้องเสียดอกเบี้ย 7.5%/ปี) ซึ่งปกติแล้วแทบไม่มีการลงทุนอะไรที่จะได้กำไรมากขนาด 7.5%/ปี ดังนั้นข้อสรุปโดยทั่วไปคือ ควรซื้อบ้าน เงินสด ครับ

ส่วนรถยนต์นั้น ดอกเบี้ยในการผ่อนอย่างมากก็อยู่ที่ประมาณ 3.5%/ปี
ซึ่งน้อยกว่าดอกเบี้ยที่ได้จากการลงทุนในตราสารหนี้ ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 4-5%/ปี ดังนั้น รถยนต์ควรจะซื้อเงินผ่อน แล้วเอาเงินเตรียมไว้ซื้อเงินสดไปลงในตราสารหนี้ จะได้กำไรมากกว่าซื้อเงินสดครับ

เอาเป็นว่าซื้อบ้านเงินสด 4 ล้าน
ซื้อ Camry 2.0G 1.3 ล้าน แบบเงินผ่อน โดยดาวน์ไปสัก 3 แสน
แรกสุดเลยจะเหลือเงินสดทันที 8-4-.3 = 3.7 ล้าน บาท
นำเงินส่วนนี้แยกไปลงทุนใน SCBSFF* 7 แสน และ SCBRF* 3 ล้าน
โดยที่ SCBSFF ตอนนี้ให้ผลประมาณ 4.25% และ SCBRF ให้ผลประมาณ 5%

คำนวณดูจะได้ผลตอบแทนจากเงิน 3.7 ล้านนี่ประมาณ 15,000 บาท/เดือน นับว่าไม่เลวเลยครับ อยู่เฉยๆมีเงินไหลเข้าบัญชีเดือนละ 15,000 บาท

หมายเหตุ การลงทุนในตราสารหนี้นั้นผมแค่ยกตัวอย่างขึ้นมาครับ เนื่องจากเป็นการลงทุนย่อมมีความเสี่ยง ผลตอบแทนที่บอกไปนั้นเป็นผลตอบแทนปัจจุบัน ไม่ได้รับประกันผลตอบแทนในอนาคตครับ แต่อันนี้เสี่ยงน้อยมากๆครับ ถ้ากลัวก็ฝากประจำ 12 เดือน หรือ 24 เดือน ก็ได้ครับ แต่อย่าลืมตรวจดูว่าดอกเบี้ยเงินฝากมากกว่าดอกเบี้ยเงินผ่อนหรือเปล่านะครับ (ดอกเบี้ยเงินฝากจะมีการเรียกเก็บภาษี 15% , ส่วนกองทุนที่ว่าไม่มี ภาษีครับ) ส่วนตัวเลขดอกเบี้ยต่างๆก็ยกตัวเลขแบบทั่วๆไปขึ้นมาเฉยๆ ถ้าจะใช้งานจริงต้องติดต่อสอบถามกับธนาคารก่อนนะครับ

*ไทยพาณิชย์สะสมทรัพย์ตราสารหนี้ (SCBSFF)
*ไทยพาณิชย์เกษียณสุข(ตราสารหนี้) (SCBRF)
รายละเอียดของทั้งสองกองทุน อ่านได้ที่ http://www.scbam.com

Wednesday, December 06, 2006

ลูกของเหลนเรียกว่าอะไร

แทบจะร้อยทั้งร้อยคงบอกว่า โหลน คงมาจากที่เคยได้ยินว่า ลูก หลาน เหลน โหลน มั้ง ซึ่งความจริงแล้วคำว่า โหลน ไม่มีในพจนานุกรม เท่าที่ค้นดูได้ความว่า ลูกของเหลนนั้นเรียกว่า ลื่อ ลำดับขั้นต่ำกว่าลื่อลงไปก็เรียกดังข้างล่าง

ลูกของลื่อ เรียกว่า ลืบ
ลูกของลืบ เรียกว่า ลืด

แต่ยังสงสัยว่า ลื่อ,ลืบและลืดของเรา จะเรียกเราว่าอะไรบ้าง?

Friday, November 03, 2006

Wednesday, March 09, 2005

ราชบัณฑิตชี้ชัด "มุกตลก" ใช้ ก ไม่ใช่ "ข"

Update ข้อมูลเรื่อง "มุกตลก" ที่เคยเขียนไปแล้ว ที่ มุกตลก || มุขตลก
วันที่ 7 พฤศจิกายน 2547 ผู้จัดการออนไลน์ได้เสนอข่าว ราชบัณฑิตชี้ชัด "มุกตลก" ใช้ ก ไม่ใช่ "ข" อ่านแล้วก็ไม่เข้าใจทั้งหมด สรุปว่าใช้ 'ก' สะกด ไม่ต้องมาเถียงกันอีกต่อไป

Tuesday, September 21, 2004

Dragon Ball

พี่โอ๋เล่าให้ฟังว่าชื่อตัวละครใน Dragon Ball นั้นแบ่งเป็นกลุ่มๆ เช่นกลุ่มที่เป็นชื่อผัก กลุ่มที่เป็นอาหารจีน และอื่นๆ ได้ฟังดังนั้นก็รู้สึกว่าเออ..ใช่จริงๆด้วย เป็นความรู้ใหม่ แต่พี่โอ๋บอกว่าคนญี่ปุ่นเค้ารู้กันเป็นเรื่องปกติ ลองหาข้อมูลดูก็เจอรายละเอียดอยู่ที่Wikipedia: Dragon Ball

ยกมาคร่าวๆก็คือ
ดาวไซย่า(サイヤ)ซึ่งก็มาจากคำว่า ยาไซ่ (野菜) แปลว่าผัก ชาวดาวไซย่าก็เลยจะมีชื่อเกี่ยวกับผัก ซึ่งก็มี
คาคาล๊อท (カカロット) มาจากคำว่า แครอท
เบจิต้า (ベジータ) มาจากคำว่า เบจิเทเบิล = Vegetable แปลว่า ผัก
นับปะ (ナッパ) ก็คือ 菜っ葉 หมายถึง ใบของผัก
ราดีช (ラディッツ) มาจากคำว่า ราดีชชุ (ラディッシュ)ก็คือ Radish ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นผักแบบไหน หารูปมาได้ก็อันนี้แหละ

ทาเลส(ターレス) ก็คือ เลคตัส lettuce(レタス) ผักกาดหอม

อีกกลุ่มนึงที่น่าสนใจคือ ชื่อของพวก บลูม่า ซึ่งเป็นชื่อที่เกี่ยวกับชุดชั้นในทั้งนั้น ซึ่งก็มี
ดร.บรีพ (ブリーフ博士) มาจากคำว่า บรีพ (ブリーフ) ซึ่งไม่รู้ว่าคืออะไร ลองหารูปดูแล้วก็เป็นชิ้นนึงของชุดชั้นใน ภาพไม่เหมาะที่จะมาแปะใน Blog อ่ะ :P
บลูม่า ก็มาจากคำว่า บลูม่า (ブルマ) นั่นแหละ ซึ่งก็เป็นชุดชั้นในอย่างหนึ่ง

ส่วนชื่อตัวละครอื่นๆนั้นไม่ค่อยรู้จักเลย แต่ก็น่าสนใจดีว่างๆค่อยอ่าน
เออ..เจ้า Wikipedia นี่ดีจังเลย ภาษาญี่ปุ่นมีข้อมูล 73541 อัน ภาษาไทยมี 609 อัน... ต่างกันจัง

Sunday, September 19, 2004

บันทึกเรื่องหุ้น

เห็นเพื่อนๆเล่นหุ้นกันแล้วรู้สึกน่าสนใจดี แต่ยังไม่มีโอกาสไปหาซื้อหนังสือมาอ่านเลย หาอ่านตามเว็บข้อมูลก็กระจัดกระจาย ตอนนี้อยากจะรู้แค่ว่า หุ้นตัวนึงนี่ราคาขึ้นหรือลง step ละกี่บาท หาอ่านที่เว็บของ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ก็ไม่เห็นมีบอกไว้ อีกอย่างเว็บทำได้อ่านยากมากๆ สมควร(จ้างเรา)ทำใหม่ :) เข้าไปหาๆดูใน pantip.com ก็เห็นกระทู้ คือผมเล่นนหุ้นไม่เป็นครับเลยสงสัยว่า ช่อง ที่เรียกกันหมายถึงอะไรครับ วู้... ตรงกับที่อยากรู้พอดี สรุปได้ว่า
stepการเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้นเป็นดังนี้

ราคาหุ้น(บาท)step(บาท)
0.01 - 2.000.01
2.00 - 5.000.02
5.00 - 10.000.05
10.00 - 25.000.10
25.00 - 50.000.25
50.00 - 100.000.50
100.00 - 200.001.00
200.00 - 500.002.00
500.00 - 1004.004.00
1004.00 up6.00

Tuesday, August 24, 2004

khonthai.com

วันนี้ประกาศใน Siamnaliga ให้สมาชิกที่ต้องการทำการค้าขายในเว็บ ไปลงทะเบียนขอ email จาก khonthai.com ... วุ่นดี
ใครอยากลองความวุ่นก็อ่านวิธีการได้ที่ วิธีการลงทะเบียน สำหรับท่านที่ต้องการใช้กระดานซื้อขาย แถมกฏในการใช้งานก็ยิ่งหยุมหยิม อ่านได้ที่ กฏการใช้กระดานซื้อขาย

Sunday, June 13, 2004

Electronic-Ink

วันนี้มาว่ากันเรื่อง Technology การแสดงผลของ LIBRIè
Sony ใช้ Electronic-Ink Technology ที่พัฒนาขึ้นมาโดยบริษัท E INK สำหรับหลักการทางเทคนิคนั้น สามารถสรุปคร่าวๆได้จากข้อมูลที่อยู่บนเว็บ E INK

โดยอธิบายโดยตรงจากรูปเลยจะง่ายกว่า [Click ที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่]



ส่วนประกอบหลักของ e-Ink ก็คือ เม็ดขนาดเล็กๆที่เค้าเรียกว่า microcapsule ซึ่งมีขนาดพอๆกับเส้นผ่านศูนย์กลางของเส้นผมคน วีธีการก็เอาเม็ดสีดำซึ่งมีประจุลบ และ เม็ดสีขาวซึ่งมีประจุบวก ไปใส่ในของเหลวที่โปร่งใส เมื่อใส่สนามไฟฟ้าลบ (ขั้วบวกอยู่ที่แผ่นตัวนำข้างล่าง[bottom electrode])ลงไป ก็จะทำให้เม็ดสีขาวลอยขึ้นมาจากแผ่นตัวนำเพราะเป็นประจุบวก ส่วนเม็ดสีดำก็จะจมลงไปอยู่ใต้เม็ดสีขาว ทำให้บริเวณนั้นปรากฏเป็นสีขาว ถ้าใส่สนามไฟฟ้าบวกลงไปก็จะเกิดผลตรงกันข้าม คือ บริเวณที่ใส่สนามไฟฟ้าจะกลายเป็นสีขาว

การที่จะใช้ e-Ink มาทำเป็นจอแสดงผลนั้น ทำได้โดยพิมพ์หมึกนี้ลงบนแผ่นวงจรไฟฟ้าบางๆ ซึ่งแผงวงจรนี้จะเป็นตัวสร้างให้เกิดจุดบนจอแสดงผล โดยจะมีวงจรต่างหาก(ไม่ได้อยู่บนแผ่นบางๆนี้)ในการควบคุมการแสดงผล เนื่องจากหมึกนี้สามารถใช้เทคนิคการพิมพ์แบบ screen ทั่วๆไปได้ มันจึงสามารถพิมพ์ลงไปได้บนพื่นผิวแทบทุกชนิด รวมทั้งแก้ว, พลาสติก , ผ้า หรือแม้กระทั้งกระดาษ
แต่คงก็ต้องทำแผงวงจรไฟฟ้าไปวางอยู่บนพื้นผิวพวกนี้ให้ได้ด้วย จึงจะใช้งานเป็นจอแสดงผลได้จริงๆ

ดู Technology อันนี้แล้ว น่าสนใจมาก ต่อไปก็ไม่ต้องแบกหนังสือหนักๆใหญ่ๆ เวลาต้องการเอาไปอ่านนอกสถานที่อีกแล้ว ในห้องสมุดก็มีแต่ eBook reader วางไว้ ให้หยิบไป ใครอยากอ่านอะไรก็เลือกๆเอาจาก list ในหน้าจอได้เลย.. วู้.. ดีจัง :D

Friday, June 11, 2004

eBook reader

ช่วงนี้ทาง Sony ที่ญี่ปุ่นกำลังรุกหนักตลาดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์ด้าน IT ไม่ว่าจะเป็น Computer VIAO รุ่นใหม่ๆ ที่เน้นทางด้าน Multimedia หรือว่า เครื่องเล่น MP3 ที่มี disk ใหญ่ถึง 20GB แต่สิ่งที่เราติดใจที่สุดคือ eBook reader ที่มีชื่อเรียกว่า LIBRIè (ลิ บุ ริ เอะ)

เห็นโฆษณาตามวารสารต่างๆมาสักพักแล้ว วันก่อนเห็นของจริงครั้งแรกในรถไฟ มีคุณป้าคนนึงยืนใช้งานอยู่ ... สุดยอด!!! จอชัดมากๆๆๆ เหมือนกระดาษจริงๆเลย พื้นจอสีขาว ตัวหนังสือสีดำ ขนาดของเครื่องก็ประมาณสมุดโน้ตเล็กๆเล่มนึงเอง น่าสนใจมากๆ

วันนี้ลองหาข้อมูลดู สิ่งแรกที่อยากรู้ก็คือราคา... เห็นเค้าว่าราคาประมาณ 4 หมื่นกว่าเยน (ประมาณ15000บาท) ... วู้...แพงจัง ถ้าสัก 2 หมื่นเยน ว่าจะลองสอยมาใช้งานซะหน่อย..

การใช้งาน:
เท่าที่อ่านจากเว็บของ Sony ( http://www.sony.jp/products/Consumer/LIBRIE/ ) หนังสือสำหรับอ่านด้วยเครื่องนี้ ต้อง.ยืม.เอาจากเว็บของ Time Book Town ( http://www.timebooktown.jp/Service/index.asp ) เท่านั้น โดยต้องเสียค่าสมาชิกเดือนละ 210 เยน แล้วทีนี้ถ้าจะยืมหนังสือเรื่องไหนก็ต้องจ่ายเงินเพิ่มอีกต่างหาก โดยที่ยืมเล่มละ 315-525 เยน แล้วแต่เรื่อง และก็มีคลับให้สมัครโดยจะยืมได้ราคาถูกลง มีรายละเอียดค่าใช้จ่ายจุกจิกมากๆเลย http://www.timebooktown.jp/Service/guide_fee.asp
ดูจากวิธีการใช้งานที่ต้องไปยืมหนังสือแล้ว รู้สึกไม่คุ้นกับคนที่ซื้อหนังสืออ่านอย่างเราๆ ไม่รู้ว่า Business model แบบนี้จะไปรอดหรือเปล่า อีกอย่างเท่าที่ค้นๆดูรู้สึกว่าเราไม่สามารถสร้างหนังสือได้เอง ต้องไปยืมจากเว็บข้างบนเท่านั้น อย่างงี้ก็ไม่สนุกอีก บางทีเราอยากจะเก็บข้อมูลจากเว็บไปนั่งอ่านเวลาว่างๆก็ทำไม่ได้ :(

รายละเอียดทาง Technique เดี๋ยวพรุ่งนี้จะมาเขียนต่อ

รูปของเครื่อง LIBRIè